บัวหลวงพระราชินี พรรณไม้ทรงโปรด "สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง"
"บัวหลวงพระราชินี" เป็นพันธุ์ไม้น้ำ ล้มลุก มีเหง้าและไหลอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว ก้านใบแข็งแรง ชูใบเหนือน้ำได้สูงกว่า 2 เมตร แผ่นใบแผ่กว้างรูปเกือบกลม กว้าง 50-90 ซม. ขอบเรียบและเป็นคลื่น ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวนวล ด้านล่างมีเส้นใบนูนชัดเจน ก้านใบแข็ง มีตุ่มหนามเล็ก ๆ อยู่ทั่วไป ดอกสีชมพู ออกเดี่ยว กลิ่นหอม ชูเหนือน้ำได้สูง กลีบดอก เมื่อบานขนาดผ่านศูนย์กลาง 15-30 ซม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก สีเหลือง ผล เป็นฝักรูปกรวย มีเมล็ดรูปกลม จำนวนมาก
บัวหลวงพันธุ์นี้มีความเด่นที่ใบและดอกมีขนาดใหญ่มาก ก้านใบและก้านดอกแข็งแรง ทำให้ชูใบและดอกขึ้นได้สูงพ้นน้ำกว่าบัวหลวงสายพันธุ์อื่น ออกดอกเกือบตลอดปี
ด้วยความสนพระทัยในพันธุ์บัวต่าง ๆ และได้ทรงรำลึกถึงบัวหลวงปทุม ที่เคยขึ้นอยู่บริเวณสวนสนปฏิพัทธ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบัวที่มีลักษณะดีเด่น และได้สูญพันธุ์ไป จึงได้ทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปเสาะหาตามพระราชปรารภและพบว่ายังมีอยู่ที่สระวัดหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่ออนุรักษ์พันธุ์บัวชนิดนี้ไว้ จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้เก็บพันธุ์บัวดังกล่าวไปขยายพันธุ์ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ “ใกล้บ้าน” ซึ่งใกล้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี พ.ศ.2543 นับเป็นพระราชดำริที่สำคัญ ที่เป็นพลังกระตุ้นให้มีการศึกษาวิจัยเรื่องบัวหลวงของประเทศไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป
ชมรมผู้รักบัวแห่งประเทศไทยจึงได้เรียกชื่อบัวหลวงสายพันธุ์นี้เป็นการภายในว่า “บัวหลวงพระราชินี” และได้ไปเก็บต้นพันธุ์ชุดหนึ่งจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง โดย ดร.เสริมลาภ วสุวัต ได้นำมาปลูกศึกษาที่ปางอุบล ปี พ.ศ.2544 จากนั้นขยายพันธุ์เผยแพร่เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ปี พ.ศ.2546 ซึ่งพิพิธภัณฑ์บัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดย ผศ.ภูรินทร์ อัครกุลธร ได้ต้นพันธุ์บัวหลวงพระราชินี มาจาก ผศ.ดร. ณ นพชัย ชาญศิลป์ เมื่อ ปี พ.ศ.2548 และได้ปลูกอนุรักษ์ไว้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
และเมื่อปี พ.ศ.2561 พิพิธภัณฑ์บัวได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนืองมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ได้ศึกษาวิจัยเปรียบเทียบลักษณะทางพฤกษศาสตร์บัวหลวง 4 สายพันธุ์สำหรับการใช้ประโยชน์ ได้แก่ บัวหลวงพระราชินี ถิ่นกำเนิด จ.เพชรบุรี บัวหลวงปทุม (จ.ปทุมธานี) บัวหลวงปัทมาอุบล (จ.อุบลราชธานี) และบัวหลวงนครสวรรค์ (จ.นครสวรรค์) โดยปลูกในอ่างทดลองขนาด 50*50 ซม. 1 ฤดูกาลปลูก พบว่าบัวหลวงพระราชินี เป็นบัวที่มีคุณลักษณะที่ดีโดดเด่นคือ ดอกมีขนาดใหญ่ที่สุดเฉลี่ย 22 ซม. ใบมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาวเกือบสองเมตร ปริมาณเกสรต่อดอกสุงสุด 3.33 กรัม ฝักมีขนาดใหญ่เฉลี่ย 12.25 ซม. จำนวนรังไข่มาก เหง้ามีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักสูงสุด นับว่าเป็นบัวหลวงสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีที่สุด
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของบัวหลวงพระราชินี โดยการแปรรูปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์กระดาษจากก้านบัว กล่องบรรจุภัณฑ์จากใบบัว และกระเป๋าสานก้านบัว เป็นต้น
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์บัว มทร.ธัญบุรี
